ภาพยนตร์ คลาวด์ แอตลาส: หยุดโลกข้ามเวลา (Cloud Atlas)

คลาวด์ แอตลาส: หยุดโลกข้ามเวลา (Cloud Atlas)

สรุป

การสำรวจว่าการทำของชีวิตแต่ละคนมีผลเสียต่อกันแล้วก็กันในสมัยก่อนเดี๋ยวนี้แล้วก็อนาคตเช่นไรตอนที่วิญญาณดวงหนึ่งถูกขัดเกลาจากมือสังหารเป็นวีรบุรุษรวมทั้งการแสดงความเมตตากรุณาที่กระเพื่อมไปหลายศตวรรษเพื่อสร้างแรงดลใจให้มีการปฏิรูปหนัง

เรื่องย่อ

ภาพยนตร์หัวข้อนี้ติดตามเรื่องราวของ “จิตวิญญาณ” ของคนเราหกคนภายในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งและก็เรื่องราวต่างๆจะใส่ผสานกันเมื่อพวกเขาก้าวไปด้านหน้าทำให้เห็นว่าพวกเขาทั้งปวงมีความเกี่ยวข้องกันเช่นไร เกิดเรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนเราที่เชื่อมโยงและก็ทรงอิทธิพลต่อกันแล้วก็กัน

เค้าเรื่องแรกเป็นไปตามทนายชื่ออดัมเอวิง (จิมสเตอร์เจส) ในตอนต้นปี 1800 ซึ่งครอบครัวของเขาค้าข้ารับใช้ เขาถูกส่งไปยังห้วงสมุทรแปซิฟิคเพื่อทำความตกลงขี้ข้าชาวนกยูงตัวเมียกับพ่อค้าขี้ข้าจากพื้นที่นั้น ระหว่างเดินทางกลับไปอยู่บ้าน Ewing ได้ช่วยชายคนพื้นเมืองชื่อ Autua (David Gyasi) ซึ่งเป็นข้ารับใช้ที่หลบซ่อนหนีที่เก็บของไว้บนเรือ Ewing ยังใส่ใจว่าเขากำลังถูกวางยาโดยหมอที่เขาเชื่อใจดร. เฮนรีข้าส (ทอมแฮงค์ส) ซึ่งกำลังชิงทรัพย์ Ewing ในตอนที่เขาเจ็บไข้แล้วก็เจ็บป่วย Autua ช่วยเหลือของ Ewing และก็มุมมองของเขาที่มีต่อคนพื้นเมืองก็แปรดูหนังออนไลน์ไปในแบบที่สำคัญเมื่อเขาได้ทราบจะชายคนนี้ นิตยสารของ Adam Ewing ซึ่งเล่าถึงการทดลองและก็การช่วยเหลือเกื้อกูลของเขาโดยขี้ข้าที่หลบซ่อนหนีได้รับการพิมพ์เป็นหนังสือที่ศึกษาค้นพบโดยผู้แสดงต่อไปในเค้าเรื่อง

พล็อตเรื่องลำดับที่สองเป็นไปตามชีวิตอันแสนสั้นที่น่าสลดใจของนักแต่งเพลงสาวน้อยผู้มีพรสวรรค์ในตอนปี 1930 ที่ชื่อ Robert Frobisher (Ben Whishaw) ผู้ซึ่งเปลี่ยนฉากตนเองไปสู่ตำแหน่งเพื่อช่วยเหลือนักแต่งเพลงวัยแก่ Vyvyan Ayrs (Jim Broadbent) ขณะที่ดำเนินการให้กับ Ayrs โรเบิร์ตโฟรบิชเชอร์เริ่มอ่านตำนานที่เผยแพร่ในนิตยสารของอดัมอีวิงซึ่งเขาเจอในหนังสือหลายเล่มที่คฤหาสน์ของไอร์ส เขาอ่านนิตยสารไม่จบรวมทั้งยังปราศจากความแน่ชัดว่ามันส่งผลต่อการผลิตสรรค์ดนตรีของตนเองยังไง โรเบิร์ตไปสู่ความข้องเกี่ยวทางเพศกับเมียของไอร์สซึ่งพร้อมทั้งการถือตัวลำพองของไอร์สและก็การคาดเดาถึงตำแหน่งแล้วก็ชนชั้นที่เหนือกว่าทำให้เขาแล้วก็ไอร์สทะเลาะกัน ไอร์สข่มขู่ว่าจะทำให้ชื่อเสียงป่นปี้ที่ซวดเซของ Frobisher เมื่อเขาจะต้องประจันหน้ากับผลงานของ Frobisher Cloud Atlas Sextet Ayrs บังคับให้ Frobisher สารภาพชั้นสองในเครดิตสำหรับ Sextet Frobisher ยิง Ayrs โดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างการโต้แย้งแล้วหลังจากนั้นก็หนีไป เมื่อไอร์สมีชีวิตรอดจากเหตุกราดยิงและก็ตั้งตำรวจตามเขาเขารู้สึกตัวว่ากำลังพบเจอกับความฉิบหายอย่างที่สุดในขณะที่ไอร์สข่มขู่ Frobisher ทำ Sextet เสร็จแล้วส่งให้แฟนและก็เพื่อนฝูงของเขาซึ่งเป็นเด็กนักเรียนเคมบริดจ์รูฟัสซิกข์ไม่ ธ (เจมส์เดอร์ซี) แล้วก็ฆ่าตัวตาย รูฟัสสิกข์ซ์สมิ ธ เจอกับนักแสดงหลักในเค้าเรื่องลำดับที่สามในเวลาถัดมาในชีวิตของเขาแล้วก็พวกเราพบว่า Cloud Atlas Sextet ของ Robert Frobisher ได้รับการบันทึกลงในอัลบั้มและก็แม้ว่าจะเป็นการบันทึกที่ไม่ชัดแจ้ง แม้กระนั้นก็ทำให้เกิดผลเสียต่อชีวิตของคนเราอย่างเห็นได้ชัด เขาใส่ใจดีว่าเขากำลังพบเจอกับความบรรลัยอย่างที่สุดช่วงเวลาที่ไอร์สข่มขู่ Frobisher ทำ Sextet เสร็จต่อจากนั้นส่งให้คู่รักแล้วก็เพื่อนพ้องของเขาซึ่งเป็นผู้เรียนเคมบริดจ์รูฟัสซิกข์ไม่ ธ (เจมส์เดอร์ซี) รวมทั้งฆ่าตัวตาย รูฟัสซิกข์ซ์สมิ ธ เจอกับนักแสดงหลักในพล็อตเรื่องลำดับที่สามในเวลาถัดมาในชีวิตของเขาแล้วก็พวกเราพบว่า Cloud Atlas Sextet ของ Robert Frobisher ได้รับการบันทึกลงในอัลบั้มรวมทั้งแม้ว่าจะเป็นการบันทึกที่ไม่แน่ชัด แม้กระนั้นก็มีผลกระทบต่อชีวิตของคนเราอย่างเห็นได้ชัด เขาใส่ใจดีว่าเขากำลังพบเจอกับความวอดวายอย่างที่สุดเวลาที่ไอร์สข่มขู่ Frobisher ทำ Sextet เสร็จแล้วส่งให้คู่รักรวมทั้งสหายของเขาซึ่งเป็นผู้เรียนเคมบริดจ์รูฟัสซิกข์ไม่ท (เจมส์เดอร์ซี) รวมทั้งฆ่าตัวตาย รูฟัสสิกข์ซ์สมิ ธ เจอกับนักแสดงหลักในพล็อตเรื่องลำดับที่สามในเวลาถัดมาในชีวิตของเขาแล้วก็พวกเราพบว่า Cloud Atlas Sextet ของ Robert Frobisher ได้รับการบันทึกลงในอัลบั้มและก็แม้ว่าจะเป็นการบันทึกที่ไม่ชัดแจ้ง แม้กระนั้นก็มีผลกระทบต่อชีวิตของคนเราอย่างแจ่มแจ้ง

เค้าเรื่องลำดับที่สามเกี่ยวกับผู้สื่อข่าวในปี 1970 ชื่อ Luisa Rey (Halle Berry) คุณได้เจอกับรูฟัสสิกข์ซ์สมิ ธ โดยบังเอิญขณะติดอยู่บนลิฟต์ที่เสีย Sixsmith เดี๋ยวนี้เป็นนักฟิสิกส์ที่โด่งดัง ภายหลังออกมาจากลิฟต์แล้ว Sixsmith พากเพียรติดต่อ Rey ดูหนังอีกรอบและก็เผยออกมาว่ามีการรวมหัวเพื่อปกปิดรายงานเกี่ยวกับข้อผิดพลาดสำหรับเพื่อการดีไซน์เตาปฏิกรณ์ปรมาณู เมื่อคุณกำลังจะเจอกับ Sixsmith คุณพบว่าเขาเพิ่งจะตายเมื่อเร็วๆนี้การฆ่าตัวตายอย่างแจ่มแจ้ง สัญชาตญาณการเป็นผู้รายงานข่าวของคุณเริ่มขึ้นโดยบอกคุณว่ามีเรื่องมีราวราวมากยิ่งกว่าเพศชายฆ่าตัวตายแล้วก็คุณศึกษาและทำการค้นพบว่ารายงานเกี่ยวกับเตาเตาแยกปรมาณูที่เขียนโดย Sixsmith สามารถเปิดเผยความลับที่น่าสยดสยองได้ พร้อมทั้งรายงาน Rey ยังเจอจดหมายที่เขียนจาก Frobisher ถึง Sixsmith เมื่อหลายปีที่ผ่านมาในตอนที่ Frobisher กำลังดำเนินงานเกี่ยวกับส่วนประกอบของ Cloud Atlas Sextet นักวิทยาศาสตร์ชื่อ Isaac Sachs (Tom Hanks) ได้เจอกับ Rey และก็ช่วยเหลือคุณ Lloyd Hooks (Hugh Grant) CEO ส่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย Joe Napier (Keith David) รวมทั้งผู้แทนของเขา Bill Smoke (Hugo Weaving) เพื่อหยุดคุณ Smoke ได้ฆ่า Sixsmith ไปแล้วรวมทั้งแล้วต่อจากนั้น Sachs รวมทั้งบากบั่นที่จะฆ่า Rey เมื่อคุณใกล้ความเป็นจริงมากเพิ่มขึ้นควันหยุดลงในส่วนท้ายโดย Joe Napier ในขณะที่ Napier และก็ Rey รอดพ้นจากความตายด้วยมือของ Smoke Luisa Rey ได้เผยแพร่บทความที่ทำให้เกิดการดับเครื่องเครื่องปฏิกรณ์ภายหลังจากเผยรายละเอียดของ Sixsmith Report Lloyd Hooks (Hugh Grant) ส่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย Joe Napier (Keith David) แล้วก็ผู้แทนของเขา Bill Smoke (Hugo Weaving) เพื่อหยุดคุณ Smoke ได้ฆ่า Sixsmith ไปแล้วแล้วก็หลังจากนั้น Sachs รวมทั้งบากบั่นที่จะฆ่า Rey เมื่อคุณใกล้ความเป็นจริงมากเพิ่มขึ้นควันหยุดลงในช่วงท้ายโดย Joe Napier ในช่วงเวลาที่ Napier และก็ Rey รอดพ้นจากความตายด้วยมือของ Smoke Luisa Rey ได้เผยแพร่บทความที่ส่งผลให้เกิดการดับเครื่องเตาแยกปรมาณูภายหลังเผยรายละเอียดของ Sixsmith Report Lloyd Hooks (Hugh Grant) ส่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย Joe Napier (Keith David) และก็ผู้แทนของเขา Bill Smoke (Hugo Weaving) เพื่อหยุดคุณ Smoke ได้ฆ่า Sixsmith ไปแล้วและก็ต่อจากนั้น Sachs และก็มานะที่จะฆ่า Rey เมื่อคุณใกล้ข้อเท็จจริงเยอะขึ้นเรื่อยๆควันหยุดลงในส่วนท้ายโดย Joe Napier ในตอนที่ Napier รวมทั้ง Rey รอดพ้นจากความตายด้วยมือของ Smoke Luisa Rey ได้เผยแพร่บทความที่ก่อให้เกิดการดับเครื่องเตาแยกปรมาณูภายหลังเผยรายละเอียดของ Sixsmith Report

เค้าเรื่องลำดับที่สี่เกิดเรื่องราวในช่วงปัจจุบันของทิโมธีติดอยู่เวนดิช (จิมบรอดเบนต์) ผู้ครอบครอง บริษัท สถานที่พิมพ์เล็กๆที่พิมพ์หนังสืออัตชีวประวัติเล่มเล็กโดยอันธพาลที่มีชีวิตต่ำ ในระหว่างที่หนังสือเล่มนี้ปราศจากความหวังที่จะทำเงินได้มากนัก แต่ว่าสิ่งนี้ก็แปรไปเมื่อนักประพันธ์โจรฆ่านักวิพากษ์วิจารณ์หนังสือของเขาด้วยการโยนเขาออกมาจากระเบียงจนกระทั่งเสียชีวิต ขณะเดียวกันนั้นหนังสือก็มีขารวมทั้งค้างเวนดิชก็หมุนเงินจากค่าลิขสิทธิ์ เมื่อเพื่อนฝูงอันธพาลมาหาค่าลิขสิทธิ์ของเขาติดอยู่เวนดิชตกอยู่ในเหตุการณ์ที่ฉุกเฉินด้วยเหตุว่าเขาขาดเงินดังที่เรียกร้องแล้วก็เห็นได้ชัดว่าแก็งค์อาชญากรรมมิได้ถูกบังคับโดยข้อบังคับโดยยิ่งไปกว่านั้น ขณะเดินทางโดยรถไฟไปยังสถานที่หลบซ่อนที่พี่ชายของเขาเสนอแนะติดอยู่เวนดิชก็พบว่ากำลังอ่านต้นฉบับที่ส่งมาให้เขา ต้นฉบับมีชื่อว่า ” เผยออกมาว่าเป็นบ้านพักคนสูงอายุสำหรับคนแก่ ผู้อาศัยได้รับการกระทำเสมือนผู้ต้องขังแล้วก็ความอุตสาหะที่จะออกไปแต่ละครั้งจะถูกหยุดโดยข้าราชการ (ซึ่งเผยออกมาว่าเป็นวัตถุประสงค์หลักของสถานพักฟื้นผู้สูงอายุเพื่อขังเครือญาติที่ทุกข์ยากลำบาก) ด้วยการช่วยเหลือจากผู้อาศัยอีกสามคนภายในที่สุดค้างเวนดิชก็สร้างแผนแอบหนีและก็พวกเขาก็สามารถแอบหนีได้ เมื่อเขาแอบหนีก้าวหน้าเขาเขียนเรื่องราวการเสี่ยงอันตรายที่ขายได้เยอะที่สุดของเขาซึ่งถัดมาได้ถูกผลิตเป็นอัตชีวประวัติ กล่าวมาว่าเป็นบ้านพักคนแก่สำหรับคนชรา ผู้อาศัยได้รับการกระทำราวกับผู้ต้องขังรวมทั้งความเพียรพยายามที่จะออกไปแต่ละครั้งจะถูกหยุดโดยข้าราชการ (ซึ่งเผยออกมาว่าเป็นเป้าหมายหลักของบ้านพักฟื้นคนชราเพื่อขังเครือญาติที่ตรากตรำ) ด้วยการช่วยเหลือจากผู้อาศัยอีกสามคนภายในที่สุดติดอยู่เวนดิชก็สร้างแผนแอบหนีและก็พวกเขาก็สามารถแอบหนีได้ เมื่อเขาแอบหนีได้ดิบได้ดีเขาเขียนเรื่องราวการเสี่ยงอันตรายที่ขายได้เยอะที่สุดของเขาซึ่งถัดมาได้ถูกผลิตเป็นประวัติส่วนตัว

พล็อตเรื่องที่ห้าเกี่ยวกับ Sonmi-451 (Doona Bae) ซึ่งเป็นร่างโคลนที่ผ่านการอบรมให้ดำเนินการในห้องอาหารอาหารจานด่วน Papa Song ในประเทศเกาหลี (ปัจจุบันนี้เรียกว่า Neo Seoul) ในอนาคตอันไกลมาก ในอนาคตที่ผ่องใสนี้คุณดำเนินชีวิตในโลกแบบวันต่อวันโดยทุกวันจะดังโลกถัดไปที่มีอยู่เพื่อเสิร์ฟของกินให้กับ “ผู้ซื้อ” เพียงแค่นั้น แม้กระนั้นชีวิตที่ จำกัด ของคุณกลับเปิดเผยให้มองเห็นน้อยกว่าที่คุณสามารถทำเป็น ร่างโคลนปลุกคุณจากการนอนรายวันโดยไม่ได้ตั้งใจ Sonmi-451 บังเอิญศึกษาและทำการค้นพบส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ประวัติบุคคลเรื่อง “The Ordeal of Timothy Cavendish” บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ / PDA ที่ทิ้งเอาไว้ที่ร้านค้าอาหารจานด่วน Papa’s Song ภาพยนตร์ประเด็นนี้วางเมล็ดพันธุ์ของการต่อสู้กับความไม่ยุติธรรมที่ไม่มีทางหมด คุณเริ่มตั้งปัญหากับทุกอย่างที่คุณได้มองเห็นแล้วก็มีประสบการณ์รวมทั้งวัตถุประสงค์ที่เชื่อสำหรับในการยังคงอยู่ของคุณซึ่งร่างโคลนอื่นๆและก็สุดท้ายคุณก็จะ “ขึ้น” ภายหลังดำเนินการมาสิบเอ็ดปี เมื่อเพื่อนฝูงของคุณร่างโคลนอีกคนถูกฆาตกรรมคุณได้เจอกับชายคนหนึ่งชื่อแฮจูอิมซึ่งเผยออกมาว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังเพื่อนฝูงของคุณและก็แล้วหลังจากนั้นคุณก็ได้สัมผัสกับบางอย่างที่มากกว่าการยังอยู่ในทุกวัน พวกเขามานะพิสูจน์ว่าโคลนนิ่งมีความทัดเทียมของผู้คน “ที่เกิดตามธรรมชาติ” (“purebloods”) ซึ่งย้อนกลับไปในยุคที่ยังเป็นขี้ข้า Hae-Joo ช่วยเหลือคุณจากชีวิตในห้องอาหารรวมทั้งเริ่มสอนคุณเกี่ยวกับโลกด้านนอกตลอดจนปรัชญาศิลป์แล้วก็ “ค่าความนิยมที่สูงขึ้น” เมื่อพวกเขาโดนจับโดยข้าราชการเขาก็หลบซ่อนแล้วช่วยคุณจากข้าราชการ เขาเปิดเผยว่าตามที่เป็นจริงแล้วเขาเป็นอดีตสมาชิกของกองกองทัพที่แปลงเป็นสมาชิกของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงสหภาพ ปฏิบัติงานต้านทานรัฐบาลที่ข่มขี่ซึ่งอยากปล่อยโคลนในนีโอโซล Somni-451 เป็นสิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์ว่ามนุษย์โคลนมีความรู้สำหรับในการเป็นมากกว่าข้ารับใช้ เขาพา Sonmi-451 ไปพบกับนักปฏิวัติคนอื่นซึ่งจัดให้คุณทำความเข้าใจว่า “การขึ้นสรวงสวรรค์” เป็นยังไงบนเรือที่พวกเขาฆ่าหมู่โคลนเพียงแต่เพื่อดัดแปลงพวกมันใหม่แล้วก็ใช้ร่างกายของพวกเขาเพื่อเลี้ยงร่างโคลนที่ยังดำเนินการอยู่ คุณตกลงที่สามารถช่วยเหลือพวกปฎิวัติโดยทราบว่ามันเป็นการเข้าจับกุมแล้วก็การถึงแก่กรรมโดยการเขียนคำชี้แจง พวกเขาจับสถานที่ถ่ายทอดรวมทั้งเผยเรื่องจริงไม่ใช่แค่กับคนทั่วโลก แม้กระนั้นยังรวมทั้งอาณานิคมนอกโลกด้วย นักปฏิวัติทุกคนรวมทั้ง Hae-Joo แต่ว่าเว้นเสียแต่ Sonmi-451 ถูกฆ่าโดยไม่ให้ผู้แทนของรัฐบาลสามารถแพร่ภาพประกาศของคุณได้ Sonmi-451 เผยสิ่งที่กล่าวมาทั้งผองเวลาที่ถูกสอบปากคำโดยผู้แทนของรัฐบาลซึ่งถามคุณว่าเพราะเหตุไรคุณถึงทำทั้งหมดทุกอย่างเมื่อไรที่รัฐบาลจะก่อให้ทุกคนมั่นใจว่ามันเป็นเท็จ คุณสารภาพว่าคุณไปสู่การประหารอย่างสงบเงียบโดยมั่นใจว่าความตายเป็นเพียงแค่ประตูแล้วก็เมื่อทราบว่าคนๆหนึ่ง – คนสัมภาษณ์ของคุณ – รู้ดีว่ามันเป็นความจริงและก็จะไม่สามารถที่จะยับยั้งความเป็นจริงได้